บทวิเคราะห์สกิลโร้ก (Skill Analysis: Rogue)

tile-classes-rogue

Note: ควรอ่านรายละเอียด สกิลของสายอาชีพ Rogueทั้งหมดก่อนอ่านบทความนี้ เนื่องจากบทความนี้จะเขียนถึงการวิเคราะห์สกิลแต่ละกลุ่มเปรียบเทียบกันเท่านั้น ซึ่งหากไม่อ่านรายละเอียดดังกล่าวมาก่อนอาจทำให้ผู้อ่านสับสนและไม่เข้าใจในเนื้อหาได้


Rogue Skill Analysis: Group 1 – Attack Skill (1)

Rogue-Active Skill Group1.png

Rogue-Active Skill Group1 Compare.png

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

บทวิเคราะห์

– Active Skill กลุ่มที่ 1 จะเป็นกลุ่มสกิลโจมตีที่มีรูปแบบการโจมตีด้านหน้าทั้งหมด (ยกเว้น Blade Rush ที่เป็นสกิลพุ่งเข้าหาเป้าหมายและทำแดแมจ)

– Triple Splinter (Plain Walker) มีค่าพลังโจมตีสูงที่สุด ตามมาด้วย Blade Rush (Scavenger) = Sand Bomb (Treasure Hunter) 100% และสุดท้ายคือ Sting (Abyss Walker)

– Triple Splinter นอกจากจะเป็นสกิลที่มีพลังโจมตีรุนแรงที่สุดแล้ว ยังเป็นสกิลสามารถสร้างสถานะผิดปกติให้กับเป้าหมายได้มากที่สุดอีกด้วย (ลดพลังป้องกัน, ความเร็วเคลื่อนที่ และความเร็วโจมตี)

– Sand Bomb  สามารถลดค่าความแม่นยำของเป้าหมายได้สูงมาก (41.22% ที่เลเวล 30) ทำให้ Treasure Hunter เป็นสายมีดที่เน้นสร้างความปั่นป่วนให้กับศัตรูได้ดี

– Sting เป็นสกิลที่สามารถทำให้เป้าหมายติดสถานะ Bleed รวมถึงยังมี Additional Damage และยังสามารถโจมตีแบบ  Ignore defense ได้อีกด้วย

– Blade Rush เป็นสกิลที่เน้นลดค่าต้านทานคริติคอลของเป้าหมาย ทำให้เป้าหมายมีโอกาสโดนโจมตีแบบคริติคอลได้ง่ายขึ้น (21.22% ที่เลเวล 30)

– แม้ว่าดีบัฟของ Triple Splinter กับ Sting จะถือว่าค่อนข้างได้เปรียบถ้าเทียบกับอีกสองสกิลที่เหลือ แต่จะเห็นว่าระยะเวลาแสดงผลของดีบัฟกลับน้อยกว่ามาก

**หมายเหตุ – คำนวณค่าพลังโดยการใช้ค่าพลังโจมตีที่ 40,000 หน่วย**


Rogue Skill Analysis: Group 1.1 – Attack Skill (1) + Buff


จากบทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้จะเห็นว่าสกิลโจมตีของเผ่าเอลฟ์ (Triple Splinter) กลับมีพลังโจมตีสูงที่สุด ซึ่งตามหลักแล้วควรจะเป็นสกิลของเผ่าดาร์กเอลฟ์มากกว่า (Sting) ซึ่งเกิดจากสายอาชีพ Rogue นั้นมีบัฟ (ทั้งบัฟกดใช้และบัฟติดตัว) และเงื่อนไขของบางสกิลที่เพิ่มความสามารถที่ส่งผลค่อนข้างมาก และแตกต่างกันไปในแต่ละเผ่า

ผู้เขียนจึงได้ทำการวาดกราฟค่าพลังโจมตีของแต่ละสกิลเมื่อกดใช้บัฟ หรือเมื่อบัฟแสดงผล หรือเมื่อมีการโจมตีตามเงื่อนไขต่างๆ โดยจะยึดจากบัฟหรือเงื่อนไขที่สามารถเพิ่มค่าพลังโจมตีได้เ่ท่านั้น (เป็นค่าเดียวที่สามารถนำมาเปรียบเทียบให้เห็นได้ชัดเจน) โดย

Treasure Hunter มีสกิล Sneak ( มีโอกาสลดดีเลย์สกิลและเพิ่มพลังโจมตีเมื่อสามารถหลบการโจมตีได้)

Plain Walker ไม่มีสกิลเพิ่มพลังโจมตี แต่จะมีสกิลเพิ่มความเร็วโจมตี ความเร็วเคลื่อนที่ และอัตราการดุดเลือดแทน

 Abyss Walker มีสกิล Vicious Stance ที่จะโจมตีเป้าหมายแรงขึ้น (+Atk. 112.20% ที่เลเวล 30) เมื่อโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะ Bleed

Scarvenger มีสกิล Lucky Fatality ที่จะโจมตีเป้าหมายแรงขึ้น (+Atk. 21.22% ที่เลเวล 30) เมื่อโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะ Slow

ขั้นตอนการคำนวณ

Note: การคำนวณจะอิงแค่เฉพาะบัฟหรือสกิลเงื่อนไขบางสกิลที่เพิ่มพลังโจมตีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลต่อพลังโจมตีโดยรวม เช่น อัตราคริติคอล คริติคอลแดแมจ ความเร็วโจมตี เป็นต้น

– คำนวณจากสกิลเลเวล 30 เท่ากันทุกสกิล มีรายละเอียดดังนี้

– Sneak เพิ่มพลังโจมตี (Atk.) โดยที่เลเวล 30 จะเพิ่ม  Atk. 1851 หน่วย

  • ค่าพลังโจมตีตัวละครคือ 40,000 หน่วย เมื่อได้รับผลของ Sneak จะได้ค่าพลังโจมตีเท่ากับ 40,000+1851 = 41,851 หน่วย
  •  Sand Bomb เลเวล 1 คิดค่าพลังโจมตีตัวละครที่ 41,851 หน่วย จะได้ค่าพลังโจมตีสกิลคือ 90,871

– Vicious Stance เพิ่มพลังโจมตี (Atk.) โดยที่เลเวล 30 จะเพิ่ม Atk. 112.20% เมื่อโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะ Bleed

  • ค่าพลังโจมตีตัวละครคือ 40,000 หน่วย เมื่อได้รับผลของ Vicious Stance จะได้ค่าพลังโจมตีเท่ากับ 40,000+112.20% = 84,880 หน่วย
  • Vicious Stance เลเวล 1 คิดค่าพลังโจมตีตัวละครที่ 84,880 หน่วย จะได้ค่าพลังโจมตีสกิลคือ 189,009 หน่วย

– Lucky Fatality เพิ่มพลังโจมตี (Atk.) โดยที่เลเวล 30 จะเพิ่ม Atk. 21.22% เมื่อโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะ Slow

  • ค่าพลังโจมตีตัวละครคือ 40,000 หน่วย เมื่อได้รับผลของ Lucky Fatality จะได้ค่าพลังโจมตีเท่ากับ 40,000+21.22% = 48,488 หน่วย
  • Blade Rush เลเวล 1 คิดค่าพลังโจมตีตัวละครที่ 48,488 หน่วย จะได้ค่าพลังโจมตีสกิลคือ 109,544 หน่วย

ได้กราฟดังนี้

Rogue-Active Skill Group1+Buff.png

บทวิเคราะห์

– Sting+Critical Power กลายมาเป็นสกิลที่มีพลังโจมตีสูงที่สุด และสูงกว่าสกิลอื่นๆอย่างชัดเจน

– รองลงมาคือ Triple Splinter และ Blade Rush+Lucky Fatality ที่มีค่าใกล้เคียงกัน

– และสุดท้ายคือ Sand Bomb+Sneak


Rogue Skill Analysis: Group 2 – Attack Skill (2)

Rogue-Active Skill Group2.png

Rogue-Active Skill Group2 Compare.png

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

บทวิเคราะห์

– สกิล Hurricane Blade (Plain Walker) เป็นสกิลที่มีค่าพลังโจมตีสูงที่สุด และสูงกว่าสกิลอื่นๆอย่างชัดเจน

– ในขณะที่สกิลที่เหลือมีค่าเท่ากันหรือใกล้เคียงกันมากๆจนทำให้เห็นเส้นกราฟเพียงเส้นเดียว

– เกือบทุกสกิลมีความสามารถทำให้เป้าหมายติด Stun ได้ ยกเว้น Sonic Star (Scavenger) ที่สามารถลดความเร็วและทำให้เป้าหมายไม่สามารถใช้สกิลได้ (สกิลเดียวในเกมที่มีความสามารถนี้)

– Backstab (Treasure Hunter) เป็นสกิลเดียวในกลุ่มที่มีลักษณะการโจมตีแบบ Blink กล่าวคือเป็นการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปอยู่ด้านหลังของเป้าหมาย สร้างความเสียหายพร้อมทั้งทำให้ติดสถานะ Stun นอกจากนี้ยังเป็นสกิลเดียวที่มีดีเลย์ต่ำที่สุดอีกด้วย

– Bloody Rain (Abyss Walker) มีความสามารถในการทำให้เป้าหมายติดสถานะ Bleed ได้เช่นเดียวกับสกิล Sting จึงทำให้ Abyss Walker เป็นอาชีพที่มีสกิลที่มีคุณสมบัติ Bleed ทั้งสองสกิล


Rogue Skill Analysis: Group 2.1 – Attack Skill (2) + Buff

เช่นเดียวกันกับ Group 1 ผู้เขียนได้ทำการวาดกราฟเปรียบเทียบสกิลเมื่อกดใช้บัฟโจมตีตรงตามเงื่อนไขของสกิล ได้ผลดังนี้

Rogue-Active Skill Group2+Buff.png

– Bloody Rain+Critical Power  กลายมาเป็นสกิลที่มีพลังโจมตีสูงที่สุด รองลงมาคือ Hurricane, Sonic Star+Lucky Fatality และ Backstab+Sneak ตามลำดับ



Rogue Skill Analysis: Group 3 – Active Buff Skill 

Rogue-Active Buff SkillRogue-Active Buff Skill 2Rogue-Active Buff Skill 3

Rogue-Active Buff Skill Compare.png

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

บทวิเคราะห์

– มี 2 สกิลที่เพิ่มค่าความเร็วโจมตีได้แก่ Haste (Treasure Hunter) และ Plainwork (Plain Walker) ซึ่ง Plainwork จะเพิ่มความเร็วโจมตีมากกว่าเล็กน้อย

– Haste เป็นสกิลเดียวที่สามารถเพิ่มค่าหลบหลีกได้สูง ในขณะที่สกิล Plainwork เป็นสกิลเดียวที่มีคุณสมบัติเพิ่มอัตราการดูดเลือด (แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่นัก)

– มี 2 สกิลที่เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ได้แก่ Plainwork และ Adena Search โดย Plainwork จะเพิ่ม Speed ได้มากกว่า Adena Search เกินเท่าตัว

– Vicious Stance (Abyss Walker) เป็นสกิลบัฟกดใช้สกิลเดียวที่เพิ่มค่าคริติคอลแดแมจ และยังทำให้อัตราคริติคอลของผู้ใช้เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในระยะเวลาสั้นๆ (4 วินาที)

– Adena Search (Scavenger) เป็นสกิลเดียวที่ทำให้ได้รับอาเดน่าจากการกำจัดมอนสเตอร์เพิ่มขึ้น (แต่ก็ไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ เนื่องจากอาเดน่าที่ได้จากมอนสเตอร์นั้นน้อยมากๆ)



Rogue Skill Analysis: Group 4 – Passive Buff Skill (Activated)

Rogue-Passive Buff Skill 1Rogue-Passive Buff Skill 2Rogue-Passive Buff Skill Compare

บทวิเคราะห์

– สกิลในกลุ่มนี้จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบด้วยกันได้แก่ สกิลที่จะมีโอกาสแสดงผลเมื่อหลบการโจมตีได้ และสกิลที่จะต้องมีเงื่อนไขตรงตามที่กำหนดจึงจะแสดงผล

– สกิล Sneak (Treasure Hunter) และ Esprit (Scavenger) เป็นสองสกิลที่เป็นประเภทที่จะมีโอกาสแสดงผลเมื่อหลบการโจมตีได้ โดย Sneak จะลดดีเลย์สกิลลงและเพิ่มพลังโจมตีระยะเวลาหนึ่ง ส่วน Esprit จะเป็นสกิลเพิ่มอัตราคริติคอล

– Rapid Anger เป็นสกิลบัฟที่จะแสดงผลเมื่อทำการโจมตี โดยผู้ใช้สามารถทำการเพิ่มระดับของบัฟโดยการโจมตีเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มระดับได้สูงสุดเลเวล 10 ซึ่งจะทำให้ได้รับบัฟเพิ่มความเร็วโจมตีและความเร็วเคลื่อนที่ 10.41% ที่บัฟระดับ 10  สกิลเลเวล 30 และบัฟจะหายไปเมื่อหยุดโจมตีเป็นเวลาเกิน 5 วินาที

– Bloodsuck เป็นสกิลที่จะแสดงผลเมื่อทำการโจมตีเป้าหมายที่ HP ต่ำกว่า 50% โดยจะลดค่าพลังป้องกันและค่าต้านทานคริติคอลของเป้าหมายลง



Rogue Skill Analysis: Group 5 – Passive Skill 

Rogue-Passive Skill 1Rogue-Passive Skill 2Rogue-Passive Skill Compare

บทวิเคราะห์

– สกิลติดตัวแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเช่นกัน โดยกลุ่มแรกจะเป็นสกิลติดตัวที่ได้รับเลยโดยตรง และกลุ่มที่สองจะเป็นสกิลติดตัวที่แสดงผลเมื่อทำการโจมตีตามเงื่อนไขที่กำหนด

– Improve Critical (Treasure Hunter) เป็นสกิลติดตัวสกิลเดียวที่เพิ่มทั้งค่าคริติคอลและคริติคอลแดแมจเป็น % และเพิ่มแบบติดตัวทันที

– Critical Chance (Plain Walker) เป็นสกิลติดตัวแบบเพิ่มทันทีโดยจะเพิ่มค่าคริติคอลในระดับหนึ่ง (843 หน่วยที่เลเวล 30)

– Critical Power (Abyss Walker) เป็นสกิลติดตัวที่จะแสดงผลเมื่อโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะ Bleed เท่านั้นโดยจะเพิ่มค่าคริติคอลแดแมจและค่าพลังโจมตีในระดับที่สูงมาก

– Lucky Fatality (Scavenger) เป็นสกิลติดตัวที่จะแสดงผลเมื่อโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะ Slow เท่านั้น โดยจะเพิ่มค่าคริติคอลสูงที่สุดตั้งแต่เลเวล 2 คือ เพิ่ม Cri.Rate 7987 หน่วย และเพิ่มพลังโจมตี 21.22% ที่สกิลเลเวล 30

**ค่าคริติคอลที่เพิ่มขึ้นของสกิล Lucky Fatality ไม่แน่ใจว่ามีบัคในตัวเกมหรือไม่ ที่รูปแบบการเพิ่มขึ้นของค่าคริติคอลเป็นแบบนี้ แต่ผู้เขียนได้ทำการตรวจสอบภายในเกมแล้วพบว่าเพิ่มที่ 7987 หน่วยจริงๆ**


Rogue Skill Analysis: Group 6 – Passive Buff Skill (Automatic)

Rogue-Passive Skill (Automatic).png

บทวิเคราะห์

– ทั้ง 4 อาชีพจะมี Passive Skill ที่เป็น Buff อัตโนมัติเมื่อสมาชิกในปาร์ตี้อยู่ในระยะเดียวกัน เหมือนกันทั้งหมดคือสกิล Quickstep ที่เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ให้กับตนเองและสมาชิกในปาร์ตี้


บทสรุป

Treasure Hunter

  • แม้ว่าจะเป็นสายมีดที่มีค่าพลังโจมตีสกิลที่ต่ำที่สุด แต่ด้วยรูปแบบการโจมตีหลักคือสกิล Backstab ที่มีดีเลย์สกิลต่ำที่สุดในบรรดาสกิลโจมตีทั้งหมดของสายมีด (15 วินาที) และยังได้รับผลจากสกิล Sneak ที่ลดดีเลย์สกิลลงได้อีก จึงทำให้ Treasure Hunter สามารถกดสกิลโจมตีได้อย่างต่อเนื่องกว่ามีดเผ่าอื่น และเนื่องจากรูปแบบการโจมตีของสกิล Backstab คือการ Blink ไปด้านหลังศัตรูและทำให้เป้าหมายติด Stun จึงถือว่า Treasure Hunter เป็นอาชีพที่สามารถสร้างความปั่นป่วนได้ดีเลยทีเดียว
  • นอกจากนี้ยังมีสกิล Sand Bomb ที่ลดความแม่นยำของเป้าหมายได้ค่อนข้างมาก (41.22% ที่สกิลเลเวล 30) จึงทำให้ Treasure Hunter คือมีดสายป่วนที่แท้จริง
  • แม้ว่า Treasure Hunter จะมีพลังโจมตีสกิลต่ำที่สุดแต่ก็ยังมีสกิลชดเชยด้วยสกิลติดตัว Improve Critical ที่เพิ่มทั้ง Critical และ Critical Damage แบบเป็น % เพียงอาชีพเดียว และยังมีสกิลเพิ่มพลังโจมตีเล็กน้อยจากสกิล Sneak อีกด้วย
  • นอกจากนี้ยังมีสกิล Haste ที่เพิ่มความเร็วโจมตี (เพิ่มน้อยกว่าสกิล Plainwork ของ Plain Walker เล็กน้อย) และเป็นสกิลเดียวของสายมีดทั้งหมดที่เพิ่มค่าหลบหลีก (53.29% ที่เลเวล 30) จึงทำให้ Treasure Hunter เป็นมีดสายป่วนที่แท้จริง

Plain Walker

  • เป็นสายมีดที่มีพลังโจมตีสกิลในระดับกลางค่อนไปทางสูง จุดเด่นที่สุดคือเรื่องของความเร็วทั้งความเร็วโจมตีและความเร็วเคลื่อนที่
  • Plain Walker มีสกิลที่เพิ่มความเร็วโจมตีและความเร็วเคลื่อนที่ถึง 2 สกิลได้แก่ Plainwork และ Rapid Anger ซึ่งหากบัฟทั้งหมดอยู่ในระดับสูงสุดจะเพิ่มความเร็วโจมตี 38.70% และความเร็วเคลื่อนที่ 46.63% จึงทำให้ Plain Walker เป็นสายมีดที่มีความว่องไวสูงที่สุด
  • นอกจากนี้ยังมีสกิล Triple Splinter ที่สามารถสร้างดีบัฟแก่เป้าหมายได้มากที่สุด ทั้งลดค่าพลังป้องกัน ความเร็วโจมตี และความเร็วเคลื่อนที่
  • อย่างไรก็ตาม Plain Walker กลับเป็นอาชีพที่ไม่มีสกิลเสริมพลังโจมตีใดๆเลย ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตี คริติคอล (มีสกิล Critical Chance ซึ่งเพิ่มค่าคริติคอล 843 หน่วยที่เลเวล 30 ซึ่งถือว่าเพิ่มในระดับน้อยถึงปานกลางเท่านั้น) รวมถึงไม่มีสกิลที่เพิ่มค่าคริติคอลแดแมจอีกด้วย

Abyss Walker

  • เป็นสายมีดที่มีค่าพลังโจมตีสูงที่สุดในบรรดาสายมีดทั้งหมด และยังมีสกิลเสริมความแรงโจมตีอย่างมหาศาลอีกด้วย
  • Abyss Walker เป็นสายมีดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานะผิดปกติเพื่อการทำแดแมจโดยตรง โดยสกิลโจมตีทั้งสองสกิลสามารถทำให้เป้าหมายติดสถานะ Bleed ได้ ซึ่งสัมพันธ์กับสกิล Critical Power ที่จะเพิ่มคริติคอลแดแมจและพลังโจมตีในระดับที่สูงมากเมื่อโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะ Bleed
  • สกิล Sting เป็นสกิลเดียวของสายมีดทั้งหมดที่มีคุณสมบัติ Ignore defense จึงทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายที่มีพลังป้องกันสูงๆได้รุนแรงขึ้น
  • Vicious Stance นอกจากจะเป็นสกิลที่เพิ่มค่าคริติคอลแดแมจแล้ว ยังเป็นสกิลเดียวที่สามารถเพิ่มค่าคริติคอลให้สูงที่สุดในระบบเป็นระยะเวลาสั้นๆ (4 วินาที) จึงทำให้ช่วงเวลานั้น  Abyss Walker เป็นอาชีพเดียวที่มีค่าคริติคอลและค่าคริติคอลสูงที่สุดในเกม
  • Abyss Walker มีสกิลที่เพิ่มคริติคอลแดแมจถึง 2 สกิล ได้แก่สกิล Vicious Stance และ Critical Power โดยเมื่อแสดงผลพร้อมกันทั้งสองสกิล จะเพิ่มคริติคอลแดแมจได้สูงถึง 200.50% (ที่เลเวล 30)
  • นอกจากนี้ยังมีสกิลที่สำคัญคือ Bloodsuck ที่สามารถลดพลังป้องกันและค่าต้านทานคริติคอลเป้าหมายได้ในระดับหนึ่ง เมื่อโจมตีเป้าหมายที่ HP ต่ำกว่า 50%
  • ดังนั้น Abyss Walker จึงมีข้อจำกัดในการทำแดแมจแก่เป้าหมาย โดยจะต้องทำให้เป้าหมายติด Bleed, HP ต่ำกว่า 50% และอยู่ในช่วงเวลาของสถานะ Critical สูงสุดจากการกดบัฟ จึงจะสามารถรีดเค้นความแรงในการโจมตีของอาชีพออกมาได้มากที่สุด
  • อย่างไรก็ตามจะสังเกตุว่า  Abyss Walker ไม่มีสกิลเสริมที่เพิ่มความเร็วโจมตี ความเร็วเคลื่อนที่ ค่าหลบหลีก และคริติคอล (ยกเว้น Critical Power ที่เพิ่มคริติคอลให้สูงสุดระยะเวลาสั้นๆ) เลย จึงทำให้เป็นอาชีพที่มีความคล่องตัวน้อยกว่าสายมีดเผ่าอื่นๆอยู่พอสมควร
  • นอกจากนี้ข้อเสียสำคัญของเผ่าดาร์กเอลฟ์ก็คือค่าพลังป้องกันที่ต่ำที่สุดนั่นเอง จึงทำให้เป็นอาชีพที่ตายง่ายมากๆ

 Scavenger

  • เป็นสายมีดที่มีพลังโจมตีสกิลอยู่ในระดับกลาง มีจุดเด่นอยู่ที่สกิลที่สามารถ Crowd Control เป้าหมายได้ดี และยังเป็นอาชีพเดียวในเกมที่มีสกิล Silence ที่ทำให้เป้าหมายไม่สามารถใช้สกิลได้
  • Scavenger เป็นสายมีดที่มีสกิลเพิ่มค่าคริติคอลสูงที่สุด ทั้งจากสกิล Esprit (6.48% ที่เลเวล 30) สกิล Lucky Fatality (7987 หน่วยที่เลเวล 2-30)
  • นอกจากนี้ยังมีสกิล Blade Rush ที่สามารถลดค่าต้านทานคริติคอลเป้าหมายลงได้สูงถึง 21.22% ที่เลเวล 30 ซึ่งมากกว่าสกิล Bloodsuck ของ Abyss walker ที่ลดเพียง 6.22% เท่านั้น จึงทำให้ Scavenger เป็นสายมีดที่ทำการโจมตีแบบคริติคอลได้มากที่สุด
  • Scavenger มีสกิลที่ทำให้เป้าหมายติดสถานะ Slow ถึง 2 สกิลได้แก่ Sonic Star (Speed – 31.22%) และสกิล Adena Search ซึ่งสัมพันธ์กับสกิล Lucky Fatality ที่จะเพิ่มค่าคริติคอลและพลังโจมตีเมื่อโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะ Slow
  • นอกจากจะลดความเร็วเคลื่อนที่เป้าหมายแล้วยังสามารถเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ของตนเองได้ด้วยสกิล Adena Search (14.14% ที่เลเวล 30) จึงทำให้ Scavenger มีความคล่องตัวสูงระดับหนึ่ง และได้เปรียบสายอาชีพที่มีการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วเนื่องจากความสามารถในการ Slow นั่นเอง
  • อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่ารูปแบบสกิลจะเหมือนกับ Abyss Walker ที่ต้องทำการโจมตีเป้าหมายที่ติดสถานะที่กำหนดเท่านั้นจึงจะสร้างแดแมจได้สูงขึ้น จึงเป็นข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งของสายอาชีพนี้
  • นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า Scavenger เป็นสายมีดอาชีพเดียวที่ไม่มีสกิลที่สามารถทำให้เป้าหมายติด Stun ได้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s